วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

ยาคุมกำเนิด "ทำให้ผู้หญิงขี้หึงขึ้น"

ฮอร์โมนในยาบางชนิดนั้นสามารถทำให้คุณผู้หญิงมีความรู้สึกและอารมย์ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีการรับประทานยาคุมกำเนิดนั้น มีแนวโน้มที่จะมีอารมย์ขี้หึงและอยากครอบครองแสดงความเป็นเจ้าของ จากการนำเสนอข่าวของ Telegraph
ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงนั้นจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ในระหว่างอยู่กับคู่รัก จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยเตอริงที่นักวิจัย แครงจ์ โรเบิร์ต ได้สำรวจผู้หญิง 275 คน เกี่ยวกับความรู้สึกของหญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดว่ามีความไว้ใจคู่รักของตนมากแค่ไหน

ในยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง จะให้ผลกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึกอยากครอบครองของผู้หญิงมากกว่ายาคุมกำเนิดประเภทที่มีฮอร์โมนโพรเกรสเทอโรน ที่ให้ผลกระทบน้อยกว่า

ปัจจุบันหนึ่งใน 4 ของผู้หญิงอายุระหว่าง 16 - 49 ปี จำนวน 3.5 ล้านคน รับประทานยาคุมกำเนิด ซึ่งนักวิจัยมีความเห็นว่า ผู้หญิงยังไม่ค่อยใส่ใจในผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตนเองในการรับประทานยาคุมเนิดมากนัก

แพทย์ทั่วโลกเตือน "มอยเจอร์ไรเซอร์" เสี่ยงก่อภูมิแพ้

แพทย์จากทั่วโลก ห่วงผู้บริโภคใช้ครีมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ปรุงแต่งสารธรรมชาติ อาจเสี่ยงเป็นภูมิแพ้รุนแรงในผิวหลังและระบบทางเดินหายใจ
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า จากการเข้าร่วมประชุมโรคภูมิแพ้ของ American Academy Allergy Immunology รัฐซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ประเด็นที่แพทย์รักษาโรคภูมิแพ้ กำลังให้ความสนใจคือ เรื่องใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือสารให้ความชุ่มชื้น ที่พบว่าปัจจุบันมีผู้ประกอบการเติมสารปรุงแต่งต่างๆ โดยประชาสัมพันธ์ว่าเป็นสารสกัดจากธรรมชาติเพื่อชี้ชวนให้ผู้บริโภคอยากจะซื้อใช้ ประกอบกับเทรนด์การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือผลิตภัณฑ์ประเทืองความงาม จะนิยมผสมสารสกัดจากธรรมชาติที่ได้จากพรรณพืชนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็ทั้งดอก ใบ กลิ่น จากต้นไม้ต่างๆ แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่า การเพิ่มส่วนผสมเหล่านี้เข้าไป ไม่มีประโยชน์หรือความจำเป็นแต่อย่างใดต่อผู้บริโภคเลย แต่ยังอาจก่อให้เกิดโทษที่คาดไม่ถึง โดยเฉพาะกับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง


ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวต่อไปว่า อาการที่แสดงให้เห็นเด่นชัดว่าผู้บริโภคเกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังขึ้น คือ ผิวแห้ง และคัน ในผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังอยู่แล้ว จะมีรอยแตกเล็กๆ จากการเกา ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และเมื่อใช้โลชั่นที่ผสมสารสกัดจากธรรมชาติ จะทำให้ผู้ที่มีอาการแพ้ที่ผิวหนังอยู่แล้ว ได้รับการกระตุ้นให้ให้ผิวหนังเกิดอาการแพ้เพิ่มขึ้น เช่น ผู้ที่มีอาการแพ้ที่ผิวหนังเมื่อทาโลชั่น ที่มีส่วนผสมของถั่วเหลือง อาจส่งผลให้แพ้ถั่วเหลือง ไม่สามารถรับประทานถั่วเหลืองได้


ดังนั้น ผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังหรือผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ควรหาซื้อโลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้นโดยไม่มีส่วนผสมใดๆ อยู่ และควรอ่านอ่านส่วนประกอบของโลชั่นก่อนการใช้งานเสมอ และไม่ควรให้ส่วนผสมในโลชั่น มีน้ำหอม มีสี หรือสารกันเสียที่รู้จักในชื่อ พาราเบน ไม่ควรมีสิ่งปรุงแต่งเกินความจำเป็น แม้กระทั่งสารนั้นจะเป็นสารที่สกัดจากธรรมชาติก็ตาม


ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า อาการของโรคภูมิแพ้ที่เกิดจากการแพ้โลชั่น ซึ่งผสมสารที่สกัดจากธรรมชาติ จะแสดงอาการใน 5 อวัยวะ ดังนี้
 1. จมูก ผู้ป่วยจะมีอาการ แพ้อากาศ
2. หลอดลม ผู้ป่วยมีอาการหอบหืด
3.ผิวหนัง ผู้ป่วยมีอาการผื่นแพ้ที่ผิวหนังหรือลมพิษ
4. ทางเดินอาหาร ผู้ป่วยจะมีอาการแพ้อาหารแพ้ยา
5.เยื่อบุตา ผู้ป่วยมีอาการโรคภูมิแพ้ที่ตา

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554

คำจำกัดความของเกรด ขำขัน^^

A = animal สมองน้อย
อันเกรด A เขาว่าเหมือนเช่นสัดว์
วันๆ ฟัดแต่ตำราน่าอดสู
A Animal สมองน้อยหงอยน่าดู
สงสัยครู ให้ได้ไง ไม่ค่อยเจอ


B = basic
ก็แค่พื้นๆ
B Basic ใครๆก็ทำได้
เพราะมันง่ายกันไปจนน่าขำ
คนว่า"เบ" เกินไปเลยไม่ทำ
กลัวตอกย้ำความเบสิกสะกิดใจ

C = common ธรรมดา งั้นๆ
C Common แบบนี้สิใช้ได้
คนทั่วไปยอมรับและนับถือ
เกรดแบบนี้ได้มาเรียก "ฝีมือ"
แต่ก็ถือว่ายังอ่อนเกินไป

D = diligent ฉลาด หลักแหลม
D Deligent เกรดสุดฮิตของคนขยัน
ฟิตทั้งวันแต่เลคเชอร์ไม่เคยสน
conc. วิชา จีบสาว ม่อเกินทน
สุดยอดคน นายเยี่ยมมาก พูดจากใจ

F = fever เก่งจนเกิดกระแสความดัง
เกรดใดๆไม่เท่า F Fever
ได้กันเกร่อรู้ทั่วถึงไหนๆ
ใครได้มา ก็ Fever น่าชื่นใจ
แล้วค่อยไป เรียนซัมเมอร์ ด้วยกันเอย.

โกรธง่ายอาจตายเร็ว เรียกโรคหัวใจเข้ามาสู่ตัว

นักวิจัยสหรัฐฯ เตือนผู้ที่โกรธง่ายหรือเจ้าวิตกกังวลว่าอาจจะเป็นโรคอันเกิดจากการอักเสบ เช่น โรคของหัวใจและหลอดเลือด ง่ายกว่าผู้อื่น
    นักวิจัยได้ศึกษากับอาสาสมัครวัยกลางคน โดยให้พูดต่อหน้ากล้องถ่ายวีดิโอและคณะผู้ตัดสิน พร้อมกับคอยตรวจวัดอาการทางร่างกาย และสอบถามถึงอารมณ์ระหว่างนั้น
นักวิจัยเผยว่า "หัวใจเกือบทุกคนเมื่อพูดเสร็จ จะเต้นแรงขึ้นและความดันโลหิตสูงขึ้น ซ้ำบางคนยังส่อว่ามีการอักเสบของโลหิตที่หมุนเวียนอยู่ด้วย" อาการอักเสบแสดงให้รู้ว่า เซลล์โลหิตขาวของร่างกายได้ ต่อสู้ป้องกันสารแปลกปลอม เช่น แบคทีเรียและไวรัสต่างๆ อยู่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิชาจิตวิทยาและการพยาบาล หมอแอนนา มาร์สแลนด์ มหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก กล่าวว่า "ผู้ที่มีความโกรธหรือวิตกกังวล เมื่อเผชิญกับเรื่องไม่สบายใจเล็กน้อย มักจะเกิดมีอาการอักเสบ ซึ่งอาจทำให้ผู้เกิดอารมณ์เหล่านี้ล่อแหลมกับโรคที่เกิดจากการอักเสบ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด"

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554

หิ่งห้อยมีแสงได้อย่างไร

หิ่งห้อย เป็นแมลงชนิดหนึ่งที่สามารถผลิตแสงได้ด้วยตนเอง พบเห็นได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย มีขนาดตั้งแต่ 2 มิลลิเมตร ไปจนถึง 10 เซนติเมตร สีของแสงหิ่งห้อยที่พบในไทยจะเป็นสีเหลืองและน้ำตาล มันมีอายุขัยประมาณ 1 เดือน แสงที่หิ่งห้อยเปล่งออกมาเป็นพลังงานแสงร้อยละ 90 อีกร้อยละ 10 เป็นพลังงานความร้อนการที่หิ่งห้อยเรืองแสงได้ เพราะเซลส์จากอวัยวะการสร้างแสงของหิ่งห้อยจะผลิตสารสีขาวที่ชื่อว่า ลูซิเฟอริน (Luciferin)        จากนั้นหิ่งห้อยจะควบคุมการเปล่งแสง โดยบังคับอากาศที่ได้จากการหายใจเข้าไป เมื่ออ๊อกซิเจนในอากาศสัมผัสกับสารลูซิเฟอริน และทำปฏิกิริยากับเอมไซม์ชื่อ Luciferase หิ่งห้อยก็จะปล่อยพลังงานออกมาเป็นแสงได้ ฉะนั้นแสงจะสว่างหรือดับจึงขึ้นอยู่กับการหายใจของหิ่งห้อยนั่นเอง       หิ่งห้อยไม่ได้เปล่งแสงเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการส่งสัญญาณเพื่อการหาคู่ ซึ่งหิ่งห้อยแต่ละชนิดจะมีจังหวะการกระพริบแสงที่แตกต่างกัน ฉะนั้นหิ่งห้อยแต่ละชนิดจึงจดจำการกระพริบแสงของพวกเดียวกันได้ จึงทำให้เกิดการผสมพันธุ์ที่ถูกกับชนิดของหิ่งห้อยนั้น ๆ
รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าไปจับมันมากักขังไว้ล่ะ มันไม่สวยเท่าตอนที่มันอยู่กับธรรมชาติหรอก

เช็กสุขภาพ 'หัวใจ' ที่ 'เส้นรอบเอว'

เป็นที่ทราบกันดีว่า โรคหัวใจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการอาทิ การสูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง ฯลฯแต่ใครจะรู้หรือไม่ว่า วิธีการง่ายๆที่จะสามารถเช็คความเสี่ยงจากโรคหัวใจได้ ก็คือการวัดเส้นรอบเอวของเรานี่เอง

ศ.น.พ.ปิยะมิตร ศรีธรา หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือด คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่าปัจจุบันมีคนไทยป่วยด้วยโรคหัวใจเข้ารับการรักษาปีละกว่า 60,000 คน เพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อ 20 ปีก่อนถึง 50% ทั้งนี้เป็นผลมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป
เวลานี้มีข้อมูลใหม่ระบุว่า การมีเอวใหญ่จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเกิดขึ้นทันที!เพราะเส้นรอบเอวที่ใหญ่ขึ้น นั่นหมายถึงปริมาณไขมันในช่องท้องมีมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากกว่าคนปกติถึง 2 เท่าตัว
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า เอวของเราใหญ่เกินไปหรือไม่...
      วิธีคำนวณแบบง่ายๆ ก็คือเอาความสูงของตัวเองมาหาร 2 ถ้าผลลัพธ์ที่ได้น้อยกว่าเส้นรอบเอว ก็ถือว่าเป็นคนมีเอวใหญ่แล้ว สาเหตุหลักของเอวใหญ่ขึ้น มาจากพฤติกรรมการรับประทาน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการกินแป้งและน้ำตาลมากเกินไป หลายคนอาจระวังเรื่องการรับประทานอาหารเหล่านี้ แต่หลงลืมไปหรือไม่ว่า น้ำตาลแฝงอยู่ในอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะเครื่องดื่มและผลไม้บางชนิด
      สำหรับน้ำมันซึ่งหลายคนคิดว่าเป็นสาเหตุหลัก แต่มีน้ำมันหลายชนิดที่เราบริโภคได้ โดยเฉพาะน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณที่สูง เช่น น้ำมันงาน้ำมันมะกอก น้ำมันคาโบนาล่าฯลฯ ซึ่งน้ำมันเหล่านี้มีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
     ส่วนน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูงเช่น น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าวกลั่นเย็นที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ถือว่ายังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันได้ว่า การทานน้ำมันชนิดนี้แล้วจะดีต่อร่างกาย ดังนั้น จึงควรพิจารณาให้รอบคอบในการเลือกซื้อ
     ที่สำคัญ...ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ รวมทั้งปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตเพราะเอวที่สมส่วน...จะสัมพันธ์กับหัวใจที่แข็งแรง !เพราะเส้นรอบเอวที่ใหญ่ขึ้น นั่นหมายถึงไขมันในช่องท้องมีมากขึ้นซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากกว่าปกติถึง 2 เท่า

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

1.คนที่ยากจนที่สุดในโลกนี้ ไม่ใช่คนที่ไม่มีเงิน แต่คือคนที่ไม่มีฝัน
2.เราสามารถวัดขนาดของบุคคลได้ด้วยขนาดของความฝันของเขา
3.ใครก้อตามที่รู้จักฝัน ก้อไม่มีที่แห่งไหนที่เขาไปไม่ถึง
4.อย่าปล่อยให้ความผิดหวังวันวานมาบดบังความฝันของวันนี้
5.คนเรามักไม่สังเกตสิ่งที่ทำไปแล้ว แต่จะสังเกตเห็นแต่สิ่งที่ยังไม่ได้ทำ
6.เราจะเห็นอุปสรรคที่น่ากัวทันที ก้อต่อเมื่อเราละสายตาจากเป้าหมายของเรา
7.ตัวตนเหมือนต้นไม้ ชื่อเสียงเหมือนเงา เงาก้อแค่สิ่งที่เราคิด แต่ต้นไม้ต่างหากคือตัวจริงของเรา
8.คนยิ่งใหญ่จะพูดถ่อมตัว แต่ลงมือกระทำเกินตัว
9.ไม่ใช่คนที่ประสบสำเร็จทุกคนจะเป็นพ่อที่ดีได้ แต่พ่อที่ดีทุกคนคือคนที่ประสบความสำเร็จ
10.เรื่องน่าเศร้าของชีวิตไม่ได้หมายถึงชีวิตไปไม่ถึงเป้าหมาย แต่หมายถึงการไม่มีเป้าหมายให้ชีวิตไปถึง
11.สิ่งที่เราเพื่อตัวเองจะตายไปพร้อมกับเรา แต่สิ่งที่เราทำให้ผู้อื่นจะคงอยู่และไม่มีวันตาย
12.ความสำเร็จไม่เคยโน้มตัวลงมาหาเรา แต่ราต้องเขย่งตัวขึ้นไปหาความสำเร็จ
13.การคุยกันไม่ด้ทำให้ข้าวสุก (สุภาษิตจีน)
14.บังคับจิตใจตนเองให้ได้ และจิตใจจะบังคับร่างกายคุณเอง
15.ต่อเมื่อบ่อน้ำแห้ง เราจึงรู้คุณค่าของน้ำ
16.คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่ก่อตั้งบริษัทที่มั่นคง ด้วยอิฐที่คนอื่นยื่นให้เขา